wanderfulminds

When you wonder, your mind wanders, and you realize how wonderful everything is

  • Home
  • Stories & Guides
  • Facts & Tips
  • Brains & Minds
  • Languages
  • Education
  • Hire me!
  • Contact
You are here: Home / Archives for ไฮกิ้ง

Stavanger, Norway

June 29, 2016 By KaiMook McWilla Malany Leave a Comment

 

Stavanger

 

Sleeping with #nature #pulpitrock #stavanger #norway #hiking #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Jun 12, 2016 at 10:11pm PDT


อีกเมืองหนึ่งในนอเวย์แห่งนี้ เหมาะมากค่ะ สำหรับใครที่ชอบธรรมชาติ ชมนก ชมไม้ เดินป่า ปีนเขา และไม่กลัว ‘ตกเขา’

สุดๆ เลยล่ะ มาที่นี่แล้วบอกได้คำเดียวว่า ‘ฉั น รั ก เ ข า’ เหลือเกิน ฉันรักเขาจนไม่อาจมีใครได้อีกแล้ว 😀

จุดชมวิวยอดฮิต ที่ Pulpit Rock #stavanger #norway เดินไปประมาณ 2 ชม (บวก ลบ 30 นาที นะคะ ขึ้นกับว่าเดินช้าเร็วและพักถ่ายรูปมากน้อยแค่ไหน) วิวระหว่างทางว่าสวยงามแล้ว ตรงจุดสูงสุดปลายทางยิ่งสวยไปใหญ่ ชวนให้นั่งเฉยๆ มองธรรมชาติจากยอดสูงมากๆ ใครไม่กลัวความสูงและชอบความตื่นเต้น สามารถไปยืนปลายเขาได้ ไม่ก็นั่งย่อนตัวเองลงให้สบายใจ สนุกดีค่ะ ชิวดี ? #hiking #adventure #nature #mountain #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Jun 12, 2016 at 10:00pm PDT

#pulpitrock #stavanger #norway #preikestolen #nature #hiking #adventure #lake #walkingtrail #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Jun 12, 2016 at 10:49pm PDT

 

เขา ชื่อ Preikestolen หรือ the Pulpit Rock เป็นอันดับหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของเมือง Stavanger แห่งดินแดนสแกนดิเนเวียร์ นอเวย์ ที่ต้องบอกว่ามาแล้ว พ ล า ด ไ ม่ ไ ด้ จ ริ ง ๆ จะเป็นนักเดินตัวยงหรือชอบนั่งรถ ยังไงก็พลาดที่นี่ไม่ได้ ต้องเดินๆๆ อย่างเดียว แล้วจะติดใจ

A #reflection of #nature that makes you wonder “which one is which”? ธรรมชาติเล่นกล สวยใสเป็นกระจก อันไหนของจริงนะ … ติก ตอกๆ #hiking #adventure #nature #norway #stavanger #pulpitrock #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Jun 12, 2016 at 10:06pm PDT

 

Preikestolen หรือ the Pulpit Rock เป็นเขาสูง 604 เมตร เหนือน้ำทะเล ทางเดินมีทั้งลาดชัน เป็นหิน เป็นดิน เป็นผา ครบถ้วนทุกรสค่ะ อ ร่ อ ย ร่ า ง ก า ย เดินไปสักพักตอนแรกๆ ก็เจอจุดชมวิวแล้ว แม้จะเหนื่อยแค่ไหน พอเห็นวิวต้องบอกว่า หายเป็นปลิดทิ้งแน่ๆ รับประกันเลย หญิงสาวเดินใส่กางเกงขาสั้น ใส่เสื้อออกกำลังกายกีฬา ขณะที่ชายหนุ่มเดินครึ่งเปลือย ท่อนบนเป็นมัดๆ เห็นลำทำให้ชอบเดินป่าจัง อันนี้ก็อร่อย อ ร่ อ ย ส า ย ต า 😛

จับผิด! หาเจอไหมน๊า~ #mountain #nature #adventure #hiking #kid #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Jun 12, 2016 at 10:02pm PDT

ดูเด็กเปลือยไปพลางๆ 

มนุษย์กับธรรมชาติ: ระหว่างทางเดินขึ้นไป Preikestolen เกือบครึ่งทาง มีแอ่งน้ำใหญ่ๆ เป็นจุดชมวิวและว่ายน้ำได้ด้วย ใครตะมาเตรียมชุดมาเปลี่ยนเผื่อก็ดีนะคะ ? #norway #nature #hiking #adventure #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Jun 12, 2016 at 9:55pm PDT

หนุ่มสาว เปลือย ท่อนบนท่อนล่าง ก็มีนะคะ 

ฉันเดินเขามาเยอะพอควร ปีนป่ายหลายที่ ที่นี่เป็นหนึ่งในบรรดารายชื่อเส้นทางทั้งหมดที่ฉันคิดว่ายังไงๆ ก็ต้องมาอีกให้ได้

Climbing the rocks #hiking #stavanger #pulpitrock #norway #walkingtrail #nature #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Jun 13, 2016 at 3:45am PDT

ความสูงชัน และหินน้อยใหญ่ตามทาง

A big red T walking trail ensuring you won’t get lost. ระหว่างทางเห็นสัญลักษณ์นี้ เป็นตัว T สีแดงๆ รับรองไม่หลงค่ะ #wanderfulminds #adventure #hiking #nature #walkingtrail #pulpitrock #stavanger #norway

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Jun 12, 2016 at 10:31pm PDT

ระหว่างทางเดิน มีสัญลักษณ์ ตัว T สีแดง บอกทางตลอด ไม่กลัวหลงค่ะ

ภาพรวม เส้นทางเดิน ไป ตี น เ ข า 😛

วิธีเดินทาง

เริ่มที่ Stavanger ไปรอที่ ท่าเรือ Tau-ferry นั่งไม่ถึง 1 ชั่วโมง บนเรือมีอาหาร ไอศกรีม ที่นั่ง ห้องน้ำ สะดวกสบาย ราคาของแพงเป็นปกติตามวิถีชาวนอเวย์

ทางขึ้นเรือ หน้าตาแบบนี้ (ที่นอเวย์ การเดินทางโดยเรือเป็นเรื่องปกติ ขับรถขึ้นไปได้เล้ย)

(นอกเรื่อง) ขณะรอเรือฉันคุยกับเจ้าหน้าที่เรื่องค่าครองชีพ เธอบอกว่าของที่นอเวย์แพงเป็นปกติอยู่แล้ว แต่คนที่นี่ก็มีความสุข เพราะรายได้ที่ได้ก็สูงด้วย สบายพวกเธอเวลาออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะเมื่อเทียบค่าเงินแล้ว อะไรๆ ก็ถูก ยิ่งถ้าไปเอเชีย ยิ่งถูกไปใหญ่ ลำบากก็คนที่มาเที่ยวนอเวย์นี่สิ ใครมาก็บ่นว่าแพง

ความแพงนี้มีที่มาที่ไปค่ะ ประชากรที่นี่น้อย (ไม่ต่างจากฟินแลนด์) รัฐบาลดูแลดีและสวัสดิการก็ดี ประชาชนเสียภาษี 30 เปอร์เซ็นต์!! เยอะมาก คิดดูสิคะ ทำงานทั้งเดือน เงินหายไปเกือบครึ่ง!! แต่มันแลกมากับการศึกษา (เรียนฟรี) ประกันสุขภาพ และวันลา หากป่วย รัฐบาลออกให้ (ซึ่งหากมองดีๆ ก็คือเงินเราเอง ที่ฝากรัฐบาลในรูปแบบของภาษี 30%) หากมีลูก ผู้เป็นแม่ก็มีวันลามากเป็นปี ผู้เป็นสามีสามารถลาวันทำงานได้ด้วย คือ ในหนึ่งสัปดาห์ทำงานแค่ 4 วัน อาจจะทำ จันทร์-อังคาร หยุดวัน พุธ และทำอีกทีวันพฤหัส-ศุกร์ หรือจะลาศุกร์ แล้วทำงานวันจันทร์-พฤหัส ก็ดี อยากลาอย่างไรก็ได้ ใช้สิทธิ์ของตนได้เสมอ

(เข้าเรื่อง) ลงเรือปุ๊ป ก็ ต่อรถบัส จาก Tau ไปที่ ลานจอดรถ Pulpit Rock ค่ะ นั่งประมาณ 30 นาที พอถึงแล้ว เริ่มเดินได้เลย เดินไปได้ประมาณเกือบ 1 กิโลเมตร จะเจอจุดบันจี้จัมพ์ค่า ใครยังสะใจกับหน้าผาสูงชันไม่พอ ก่อนกลับแวะกระโดดเขาได้

ลงเรือปุ๊ป มีรถบัสสีเขียว มารอเลยค่า หาง่ายมากๆ

 

จาก ลานจอดรถ Pulpit Rock ไปหน้าตา ปกติเดินกัน 1.30-2 ชั่วโมง ฉันกับเพื่อนเดินไป ถ่ายรูปไป พักไป ใช้เวลาเกือบ 2.30 ชั่วโมง ถึงแล้ว เจอลุงป้าชาวจีนเยอะเลย นักท่องเที่ยวคนอื่นมีมากไม่แพ้กัน ต่างนั่งนอนริมผา ไม่กลัวตกกัน ฉันได้ไปนั่งกับ ‘เขา’ ด้วยล่ะ นั่งที่ ‘ตีน’ เขา เพราะอย่างว่า ‘ฉันรักเขา’ มากค่ะ แม้จะเป็นตีนฉันก็รัก

Trekking under a large cloud #hike #adventure #nature #mountain #pulpitrock #norway #stavanger #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Jun 14, 2016 at 9:51am PDT

เห็นลานหินกว้างๆ นี้ คือใกล้จะถึงแล้วค่ะ ฮึบๆ 🙂 

 

‘เขา’ บอกฉันว่า ก่อนฉันมาไม่นาน มี ค น ต ก เ ข า ต า ย !! เพราะมัวแต่ไปชะเง้อ ถ่ายรูป หากฉันรู้ก่อนไป ฉันคงไม่กล้าไปชะโงก ด้อมๆ มองๆ แต่ตอนนั้น ความรักมันพาไป ทั้งกระโดด ทั้งนั่งมองฟ้า และนอนเคียงข้าง ‘เขา’ ทำทุกอย่าง ไม่มีกลัว เพื่อ ‘เขา’ ที่ฉันรัก

นี่แหละนะ ที่ว่า ความรักทำให้คนตาบอด (ขอดราม่า) 😛

ฉันอยู่กับ ‘เขา’ ได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ฟ้าเริ่มหมอง เมฆครึ้ม มืดฟ้ามัวดิน “แ ป ะ  แ ป ะ” ฝนตกสิค่ะ รีบเดินเลย … เปียก จะเขาไม่เขา ฉันไม่ห่วงแล้ว ไม่รักแล้ว รีบเดินหนี ดุ่มๆ ลงมา ห่วงกล้องคู่ใจ เปียกหมดแล้ว

ฉันถอดเสื้อตรงนั้น ไม่อายประชาชีแล้วค่ะ ถอดมันให้หมด จะหนาวจะเปียกไหม่หวั่นแล้วด้วย เอาเสื้อที่ใส่ข้างในถอดออกมาพันกล้อง แล้วส่วมเสื้อนอกทับ ความเซ็กซี่ของพุงดุ๊ยๆ ของฉันไม่มีใครสนแล้วล่ะ ทุกคนเดินไม่สนใจใครทั้งนั้น

ระหว่างทางลงมีเห็นป้าหัวทองคนหนึ่งเลือดอาบที่ขา ป้าล้มค่า ก็พื้นหินเปียกขนาดนั้น ทางลาดชั้นอีก ต้องมีคนพยุง เจอกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งพยายามขออนุญาตป้าด้วยความหวังดีว่า จะสวดภาวนาให้พระเจ้าคุ้มครอง แต่ดูเหมือนว่าป้าและบรรดาเพื่อนป้าจะไม่ศาสนาเท่าใดนัก บทสนทนาจึงดูเหมือนทะเลาะกันบ้าง เป็นยังไงต่อไปก็ไม่รู้ ฉันก็เดินของฉันต่อไป

อีกประมาณ 30 นาที ต่อมา เดจาวู ค่า เจอคุณลุงคนจีนร้องครวญครางเบาๆ ในสภาพเดียวกับคุณป้าคนก่อน ลุงน่าจะล้มเช่นกัน ตอนนั้นฝนตกหนักกว่าเก่ามาก ล้มกันหลายคน เหมือนฟ้าจะโกรธใครมา ไม่ก็ฟ้ากลั้นฉี่มานาน ปล่อยทีเดียว กระหน่ำจนผู้คนตกใจ

ฉันลงเขาอย่างปลอดภัย ใช้เวลาลงแค่ 1.30 นาที ด้วยเนื้อตัวเปียกแฉะเหมือนเล่นสงกรานต์ หนาวค่ะ เริ่มเย็นแล้วด้วย ลมแรง

ถือว่าลมฟ้าเป็นอุปสรรคของความรัก

‘ฉั น รั ก เ ข า’

แต่ฉันจะทำให้รักของเราสมหวัง

เจอกันใหม่ ต้องได้ขึ้นไปอีกครั้งเร็วๆ นี้ แน่ๆ 🙂

หวังว่า คุณลุง คุณป้า ทั้งสองคน จะหายดี และลงจากเขาได้ปลอดภัย

 

 

Filed Under: Norway Tagged With: ไฮกิ้ง

โรคจากการขึ้นที่สูง

June 22, 2016 By KaiMook McWilla Malany Leave a Comment

Mountain sickness

 

#pulpitrock #stavanger #norway #hike #nature #lake #sky #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Jun 12, 2016 at 10:52pm PDT

 

ฉันเพิ่งอ่านข่าวทันตแพทย์หญิงไทยพิชิตยอดเขาเอเวอเรสไปหมาดๆ ยังทึ่งในความแข็งแกร่ง และชื่นชมความกล้าหาญของเธอได้ไม่นานนัก ก็ได้ข่าวครูสาวชาวออสเตรเลียเสียชีวิตระหว่างเดินทางไปพิชิตยอดเขาลูกเดียวกัน (Another death on Mt Everest, Australian lecturer dies near Camp IV, The Himalayan Times)

เป็นเรื่องน่าเศร้าใจไม่น้อย พลันให้คิดว่า สุขภาพร่างกายแม้จะสำคัญแค่ไหน ร่างกายจะแข็งแรงเพียงใด ต่อให้ไม่ประมาท แต่ธรรมชาติที่แม้จะสวยงามก็ยังมีพิษภัยที่มนุษย์อย่างเราบางทีอาจควบคุมไม่ได้อยู่ดี

อาจารย์มาเรีย อาลิซาเบธ สตรีดอม (Dr. Maria Elizabeth Strydom) จบชีวิตลงด้วย “โรคจากการขึ้นที่สูง” (Altitude sickness/illness หรือ Mountain sickness) เป็นอาการที่เกิดจาก การขึ้นไปอยู่ในพื้นที่ที่มีความมีสูงตั้งแต่ประมาณ 2,100เมตร (7,000 ฟุต) จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เช่น ตามบริเวณยอดเขา ภูเขา

พอไปอยู่บนที่สูงมาก จะเกิดอาการ Acute Mountain Sickness (AMS) เกิดจากการที่ร่างกายปรับตัวไม่ทันในสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย ทำให้ปวดหัว มึนศีรษะ เหนื่อย หอบ หายใจเร็ว

  • อาการ
  • ปวดหัว
  • เหนื่อย
  • มึนศีรษะ
  • หน้ามืด
  • ไม่อยากอาหาร
  • นอนไม่หลับ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • อาการคล้ายคนเมา/เมาค้าง

โดยทั่วไปแล้วร่างกายอาจปรับตัวได้ ภายในระยะเวลา 1-2 วัน แต่หากเป็นต่อเนื่อง และยังฟืนเดินทางต่อไป (ปีนเขาขึ้นไปที่สูงต่อไปอีก) อาการอาจรุนแรงมากขึ้นถึงขั้นเสียชีวิต อย่างไรก็ดี แม้จะหยุดเดินทางแต่ร่างกายบางคนก็สู้ไม่ได้ ทำให้อาการไม่ดีขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง
ข้อควรพึงระวังคือ เราไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดอาการเหล่านี้หรือไม่ เมื่อเดินทางขึ้นที่สูง จากข้อมูลพบว่า “แม้จะสุขภาพดีแค่ไหน ร่างกายที่แข็งแรงก็ไม่ได้ช่วยลดอัตราการป่วยเป็นโรคจากที่สูงเลย” เท่าที่ทราบคือ บุคคลที่มีอัตราเสี่ยงมากกว่าบุคคลทั่วไป คือ บุคลลที่

  • มีปัญหาสุขภาพปอด
  • มีปัญหาเรื่องการหายใจ (หอบ หืด)
  • มีประวัติสุขภาพเคยเป็นโรคจากการข้ึนที่สูงมาก่อน
  • ดื่มแอลกอฮลอ์ก่อนปีนป่าย/ขึ้นที่สูง
  • ปีนป่าย/ขึ้นที่สูงอย่างรวดรเร็วภายใน 1 วัน: เดินทางขึ้นที่สูง 9,000 แมตร ต่อ วัน
  • ไม่ได้อยู่ที่สูงมาก่อน

How can you not fall in love with nature? #hike #adventure #naturelovers #wanderfulminds #ocean

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 14, 2016 at 4:28am PDT

 

วิธีป้องกัน

  • หากมีอาการ ให้พัก หยุดเดินทาง และทานยานอนหลับ
  • ห้ามดื่มแอลกอฮล์
  • หลังจากมีอาการ หากภายใน 24-48 ชั่วโมง อาการยังไม่ดีขึ้น ควรหยุดเดินทาง และกลับลงสู่ที่ต่ำ

 

นี่เป็นเพียงหนึ่งในอาการขึ้นแรกและโรคจากการขึ้นที่สูง ยังมี น้ำท่วมปอด หรือ ภาวะปอดบวมน้ำจากที่สูง High altitude pulmonary edema (HAPE) ที่อันตรายรุนแรงถึงชีวิตเช่นกัน

ป้องกัน และดูแลตัวเองดีๆ นะคะ

 

 


*ข้อมูลแปลและดัดแปลงจาก “Patient information: High altitude illness (including mountain sickness) (Beyond the Basics), Gallagher S et al, 2016”

 

Filed Under: Travelling Tips Tagged With: ไฮกิ้ง

Porto Venere

May 19, 2016 By KaiMook McWilla Malany Leave a Comment

 

Porto Venere คืออะไร

  • Porto Venere เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางชายฝั่ง Ligurian ของอิตาลี ในเขต La Spezia อยู่ห่างจากเมืองมรดกโลกอย่าง Cinque Terre ไม่มากนักค่ะ
  • ในปี 1997 Unesco ได้ให้ Porto Venere เป็นแหล่งมรดกโลก เช่นกันค่ะ

ปราสาทนี้อยู่ที่ Porto Venere อิตาลี ค่ะเป็นเมืองท่าริมน้ำติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ชื่อว่าปราสาท “Doria” (Doria Castle) เป็นครอบครัวดั่ง ร่ำรวย มีชื่อเสียงด้านการเมือง การทหาร และด้านเศรษฐกิจ ช่วงสมัยศตวรรษที่ 12-16 • A bird’s eye view small of a small castle in #portovenere • #hike #adventure #castle #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 16, 2016 at 4:38am PDT

Porto Venere มีอะไร

  • ลักษณะของ Porto Venere ไม่ต่างกับ Cinque Terre เท่าไรนักค่ะ ภาพรวมเมืองทั้งสองเป็นเมือง/หมู่บ้านริมน้ำ ความแตกต่างคือเอกลักษณ์ที่ต่างกันออกไปของ Porto Venere จะเห็นได้จากโขดหินริมน้ำ โบสถ์และปราสาทใกล้ๆ
  • จากภาพข้างล่าง จะเห็นว่าทางริมน้ำที่ Porto Venere เต็มไปด้วยโขดหิน และมีเก้าอี้ขั้นไว้ให้นั่งชมวิว (เดินเล่นริมน้ำ เหยียบย่ำชายหาดไม่ได้นะคะ) ขณะที่ที่ Cinque Terre จะมีริมน้ำให้ลงไปเดินเล่น นอนอาบแดดให้ตัวไหม้เกรียมหรือโชว์หุ่นได้อย่างสบายใจ 😛

 

Sit with me, free hug ? #hike #adventure #leisure #port

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 13, 2016 at 10:57am PDT

Be strong. Stand against the wind. #hike #adventure #leisure #nature #wanderfulminds #flower

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 11, 2016 at 1:22pm PDT

  • Porto Venere เป็นเมืองเล็ก สงบ สวยงามแบบธรรมชาติที่มีสถาปัตยกรรมแนวปราสาทโบราณ (เอกลักษณ์ยุโรป) ตรงสุดเขตแหลมของเกาะ

ตำแหน่งของ Porto Venere ในแผนที่อิตาลี

การเดินทางไป Porto Venere 

  • เดินทางได้โดยเรือ และรถบัส
  • หากนั่งเรือเริ่มได้จากหมู่บ้านใน Cinque Terre ลงที่ Porto Venere
  • ส่วนรถบัสนั่งจากแถวๆ สถานีรถไฟที่ La Spezia ใช้เวลาเดินทาง 25-30 นาที รถบัสสาย P ลง Porto Venere ราคา คนละ 2.5 ยูโร

กิจกรรม

  • ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ต่างกับที่ Cinque Terre ค่ะ เช่น นั่งเรือ พายเรือคายัค เดินชมโบสถ์ ปราสาท เดินป่า (ข้ามไป Cinque Terre ได้) พวกไฮกิ้งนี้มีเส้นทางให้เลือกมากมายค่ะ
  • เดินตามเส้นสี “แดงขาว”

 

Another path ahead where the trail leads you #wanderfulminds #hike #nature

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 10, 2016 at 12:43pm PDT

#nature #adventure #hike #mountain #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 14, 2016 at 4:24am PDT

 

  • รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่ http://sanooktiew.com นะคะ 😀

Green land #hike #nature #sky #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 10, 2016 at 1:27pm PDT

ของฝาก รอบสองแล้ว #unescoworldheritage #cinqueterre #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 9, 2016 at 1:05am PDT


 

Filed Under: Italy Tagged With: เดินป่า, ไฮกิ้ง

Cinque Terre

May 14, 2016 By KaiMook McWilla Malany Leave a Comment

Cinque Terre

เมือง Vernezza

คืออะไร?

  • Cinque แปลว่า “ห้า” (5)
  • Terre แปลว่า “ผืนดิน แผ่นดิน”
  • ทั้ง 5 แผ่นดิน มีลักษณะเป็นหมู่บ้านค่ะ แต่ละหมู่บ้านเชื่อมโยงกัน
  • ในอดีตแต่ละหมู่บ้านมีอาชีพหลักที่แตกต่างกันไป บางหมู่บ้านเน้นการทำไร่องุ่น บางหมู่บ้านเน้นการประมง ขณะที่บางหมู่บ้าน เน้นการผลิตขนมปัง
  • Cinque Terre ได้รับการยกย่องจาก Unesco ให้เป็นมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีการเดินทางสะดวกมากๆ ค่ะ เดินทางได้ทั้งโดยรถไฟ รถบัส เรือ และทางเท้า
  • กิจกรรมหลักๆ ที่สามารถทำได้ คือ เดินป่า (ไฮกิ้ง) พายเรือ คายัค ว่ายน้ำ แต่ละหมู่บ้านตั้งอยู่ริมฝั่งมหาสมุทร/แม่น้ำ ทั้งหมดเชื่อมกันไปมาหาสู่กันได้ 😀

Cinque Terre ได้รับการยกย่องจาก Unesco เป็น “มรดกโลก”

 

  • 5 เมือง/หมู่บ้าน คือ (จากภาพคือตัวอักษรที่มีกรอบสีแดงอ้อมไว้นะคะ)

  1. Monterosso al Mare
  2. Vernezza
  3. Corniglia
  4. Manarola
  5. Riomaggiore

ภาพนี้ถ่ายที่ 1 ใน 5 หมู่บ้านที่ Cinque Terre เรียกว่า Manarola เป็นมุมไม่สูงมาก ถ่ายตอนเดินปีนเขาไปดูไร่องุ่น ด้านหลังคนถ่ายคือหลังพิงหุบเขาค่ะ ยังผีนไม่สูงมาก ถ่ายได้มุมดี #mountain #village #leisure #hike #adventure #wanderfulminds #cinqueterre #laspezia #manarola

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 12, 2016 at 7:12am PDT


Cinque Terre มีอะไรไหม? น่าไปไหม?

  • หลักจากที่ฉันไปแล้วไปเล่า กลับมาเล่าเรื่องราวให้คนรู้จักฟังบ้าง  ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า “Cinque Terre ก็งั้นๆ แหละ … ไม่มีอะไรเลย นอกจากภาพที่เห็น” คงต้องบอกว่าเป็นเหตุผลส่วนตัวและคำนิยามของคำว่า “มีอะไรไหม น่าไปไหม” นะคะ ไม่มีถูกหรือผิด ทั้งนี้ขึ้นกับว่า “ชอบทำอะไร” “ชอบกิจกรรมแบบไหน” มากกว่าค่ะ สำหรับฉันแล้ว Cinque Terre เป็นเมืองที่เดินทางง่าย เต็มไปด้วยธรรมชาติ เป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก แต่ละเมืองที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง เหมาะอย่างยิ่งกับการดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ และการทำกิจกรรมกลางแจ้ง อาหารมีมากมาย ร้านค้าเล็กๆ น่ารักมีถมเถ
  • หากชอบช็อปปิ้ง ซื้อของ ชอบร้านใหญ่ๆ แบรนด์แรม ต้องบอกว่าที่นี่ไม่ใช่แหล่งเลยค่ะ แต่เป็นร้านเล็กๆ น้อยๆ ของท้องถิ่นมากกว่า
  • ย้ำอีกครั้งค่ะว่า หากชอบลุย ชอบผจญภัย รักกิจกรรมกลางแจ้ง ชอบความเงียบสงบ ชิวๆ สบายๆ ต้องบอกว่าที่นี่มีให้เลือกมากมายนับไม่ถ้วน ไหนจะเดินป่า ข้ามเขา ปีนเขา พายเรือคายัค ว่ายน้ำ หรืออาบแดด เส้นทางไฮกิ้ง มีเยอะมว๊ากค่ะ เดินทั้งวันทั้งคืน เดินเป็นเดือนก็เดินไม่หมด ฉันเดินวันละ 6-8 ชั่วโมง ยังไม่พอเลย 🙂

#nature #adventure #hike #wanderfulminds #mountain #leisure

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 11, 2016 at 1:26pm PDT

Another top-hit trial to Corniglia from Vernezza #cinqueterre #italy #hike #trail #adventure #nature #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 16, 2016 at 4:40am PDT


มีแค่ 5 หมู่บ้าน หรอ?

  • Cinque Terre แปลว่า “ดินแดน 5 แห่ง” เป็นหนึ่งในพื้นที่ของ La Spezia ค่ะ ตรงนี้ Unesco ยกย่องให้เป็นมรดกโลก จากดินแดน 5 แห่ง/หมู่บ้าน เชื่อมกับแผ่นดินอื่นทั้งหมด เช่น ไป Porto Venere หรือ Campligia จะเดินป่าข้ามไปก็ได้ (วิวสวยมาก โดยเฉพาะริมน้ำ แต่ต้องเดินระวังตกเขานะคะ 555) หนือจะนั่งรถก็ได้ค่ะ (รถบัสที่นี่บริการโดยเครือบัส ATC)

วิวจากจุดชมวิวทางเดินเมือง Vernezza ไป Monterosso al Mare

The only beauty that lasts #nature #mediterranean #adventure #hike #wanderful

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 16, 2016 at 4:41am PDT

การเดินทาง

  • เดินทางจากไหนก็ได้ค่ะ ลงที่สถานีรถไฟ La Spezia จากนั้นสามารถ
  • นั่งเรือ หรือ
  • ต่อรถไฟ ไปหมู่บ้านที่เหลือได้

ตั๋ว

  • ฉันเลือกเดินทางด้วยเท้า และ รถไฟ
  • สำหรับรถไฟนั้น ตั๋วมีทั้งเป็น
  • ตั๋วรอบ (ซื้อที่ตู้) รอบละ 2.1-4 ยูโร
  • ตั๋วรายวัน 1 วัน ราคา 16 ยูโร
  • ตั๋ว 2 วัน ราคา 29 ยูโร
  • กรณีตั๋ว 1 วันและตั๋ว 2 วัน ซื้อที่ Cinque Terre Information ที่สถานีรถไฟ La Spezia (หรือสถานีอื่นภายในหมู่บ้านทั้ง 5 แห่ง)

  • สิทธิที่ได้รับจากตั๋ว 1 วัน และ 2 วัน
    1. เดินป่าชมวิวริมน้ำข้ามเขาเส้นยอดฮิต (สีน้ำเงิน) ฟรี
    2. เข้าห้องน้ำฟรี
    3. ขึ้นรถไฟได้ไม่จำกัด
    4. นั่งรถบัส ATC ภายใน Cinque Terre และสถานีอื่นๆ ที่กำหนดไม่จำกัด
    5. เส้นทางเดินป่าสีต่างๆ คืออะไร
  • เส้นทางเดินป่ามีสองสี: สีน้ำเงิน กับ สีแดง (ดูภาพแผนที่ข้างบน)
    1. สีน้ำเงิน คือ เส้นหลัก ง่ายกว่าสีแดง และชมวิวได้มากกว่า
    2. สีแดง เป็น เส้นฮิตรองลงมา แต่สวยงามไม่แพ้กันค่ะ (บางเส้นวิวสวยกว่าเยอะ แต่บางเส้นอาจเดินโหดกว่าบ้าง ต้องปีนป่ายบ้าง)

วิวริมน้ำเมือง Vernezza

 

ข้อควรรู้อื่นๆ 

  • เยี่ยมชมได้ที่ http://sanooktiew.com ทริปนี้ฉันไปกับ “สนุกเที่ยว” ค่ะ แม้จะเป็นครั้งที่สองของฉัน แต่ต้องบอกว่าสนุกไม่แพ้กัน เพราะได้ความรู้ใหม่ๆ และความสนุกนับไม่ถ้วนจาก “สนุกเที่ยว” (สนุกเที่ยว! มีเคล็ดลับเยอะมากที่ฉันไม่ขอเอามาแปะในเว็บตัวเอง น่าเกลียดค่ะ ต้องให้เครดิต SanookTiew เขา)

 

#cinqueterre #italy #twins #hiking #adventure #walkingtrail กาลครั้งหนึ่งที่อิตาลี

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Aug 7, 2016 at 12:52pm PDT

  • ตัวอย่างรายละเอียดต่างๆ ที่จะเห็นใน “สนุกเที่ยว! SanookTiew!”
    • เดินจากเส้นไหนไปไหนดี
    • เดินยังไง
    • แต่ละเส้นต่างกันยังไง
    • ระดับความหิน
    • ระยะทาง/ระยะเวลา
    • กิจกรรมอื่นๆ

ระหว่างทางเดินมีหญ้าเขียวขจีและดอกไม้หลากสีริมทางมากมายค่ะ

 

 

Filed Under: Italy Tagged With: อิตาลี, เดินป่า, ไฮกิ้ง

รีวิว เที่ยวอิตาลี

May 14, 2016 By KaiMook McWilla Malany Leave a Comment

#cinqueterre #5terre #island #village #vintage #bicycle #wanderfulminds #sea #blue #beach #sky #tree #nature #bike #hiking

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Dec 28, 2015 at 12:18am PST

  • Rome
  • Venice
  • Florence
  • Milan
  • Burano-Murano-Torcello
  • Pisa
  • Cinque Terre
  • Porto Venere
  • อาหาร

ภาพนี้ถ่ายที่ 1 ใน 5 หมู่บ้านที่ Cinque Terre เรียกว่า Manarola เป็นมุมไม่สูงมาก ถ่ายตอนเดินปีนเขาไปดูไร่องุ่น ด้านหลังคนถ่ายคือหลังพิงหุบเขาค่ะ ยังผีนไม่สูงมาก ถ่ายได้มุมดี #mountain #village #leisure #hike #adventure #wanderfulminds #cinqueterre #laspezia #manarola

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on May 12, 2016 at 7:12am PDT

#pisa #leaningtowerofpisa #tower #italy #leisure #europe #trip #adventure #backpack #wanderfulminds #fujixa2 #fujifilm

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Dec 24, 2015 at 10:52am PST

ลุยๆ เกิดมาเดิน เดินทั้งทริปเลย #colosseum #italy #strong #walk #trip #leisure #december #rome #wanderfulminds

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Dec 21, 2015 at 4:46am PST

#wanderfulminds #italy #firenze #florence #statue #leisure #society #history #basilica #sanlorenzo #december #trip #europe

A photo posted by Kaimook Malany (@wanderful_minds) on Dec 22, 2015 at 6:31am PST

 

 

Filed Under: Italy Tagged With: อิตาลี, เดินป่า, ไฮกิ้ง

10 เคล็ดลับแบกเป้/จัดกระเป๋าเที่ยวง่ายๆ

January 24, 2016 By KaiMook McWilla Malany Leave a Comment

 

อยากเที่ยวนานๆ หลายๆ ที่ แบกของเยอะ ไหนจะเหนื่อย ไหนจะปวดหลัง เห็นชาวต่างขาติแบ็คแพค แบกของหนาเตอะเต็มแผ่นหลัง บางทีก็หิ้วรองเท้า มีเบาะโยคะ มีเต๊นท์ด้วย เค้าทำกันยังไงกัน ไม่หนักเหร๊อะ มันก็น่าสงสัยนะ แต่พอได้เที่ยวแบกเป้บ่อยๆ แล้ว ทักษะการจัดของฉันก็ดีขึ้นมา ของมันจะน้อยลงๆ เรื่อย จะให้เที่ยวนานหลายเดือนหรือเป็นปี ของน้อยแค่ไหนฉันก็เชื่อว่าอยู่ได้

มาดูเคล็ดลับ 10 ข้อง่ายๆ กันเถอะค่ะว่าจัดกระเป๋าทำยังไงดี

ภาพจาก http://SanookTiew.com

1) ของที่เอาไป: เอาให้น้อยที่สุดค่ะ คือของที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเอาไป พวกของ “เผื่อ” ทั้งหลาย แนะนำว่าเอาออกเถอะค่ะ ไม่ได้ใช้หรอก คุณๆ ที่คิดว่า “เสื้อตัวนี้เอาไปดีกว่า เผื่อได้ใช้” “ผ้าพันคอนี้ เอาไปอีกสักผืน เผื่อหนาว” อย่าค่ะ คำว่า “เผื่อ” คือตัวสำรอง เราจะไม่ใช้มันและไม่ค่อยชอบใจนักมันถึงเป็นของ “เผื่อ” ยังไงล่ะคะ

2) ข้างหน้า: อย่าลืมว่าที่ข้างหน้าปลายทางยังมีของขาย ขาดเหลือหาเอาได้ จะไปแหล่งกันดาลแค่ไหนอย่างน้อยประเทศเขาก็คงมีร้านขายของเล็กๆ ให้ได้ควักตังค์ออกมาจากแน่ๆ ค่ะ

3) กระเป๋า: ไม่ต้องใบใหญ่มากนะคะ ตัวเล็กก็เอาไปขนาดพอดีตัว ไม่ใหญ่มาก ใหญ่มากเจ็บหลัง ทางทีดีเวลาซื้อให้ลองสะพายดูก่อน กระเป๋าแบ็คแพ็คจะมีแผ่นรองหลังหนาๆ นุ่มๆ คล้ายๆ ฟองน้ำ มันช่วยไม่ให้ปวดหลังค่ะ กระเป๋าพวกนี้ถูกออกแบบมาให้มีแผ่นรองหลังโดยเฉพาะ แล้วก็มีตัวที่ยื่นๆ ออกมารองรับน้ำหนักตรงสะโพกด้วย ด้วยเหตุนี้ของหนักแค่ไหนตอนสะพายก็ไม่รู้สึกว่ามันหนัก เพราะน้ำหนักมันถ่ายลงมาหมดแล้ว

4) ลำดับการจัดของ: ต้องวางให้มีลำดับมีชั้นเชิงด้วยนะคะ ไม่ใช้ยัดๆ ลงไปหมด ของหนักเบาอะไรเอาลงก่อน? …  ของเบาก่อนนะ วางเบาๆ พวกเสื้อผ้า กางเกง ชุดชั้นในลงก่อน ตามด้วยของหนัก เช่น รองเท้า ที่ชาร์จ เพราะของพวกนี้มันจะช่วยถ่ายน้ำหนักลงไปข้างล่างกระเป๋า ช่วยทับของเบาๆ ให้แบนลงกว่าเก่า จัดแบบนีรับรองประหยัดพื้นที่แน่นอนค่ะ

5) ขวด: พวกแชมพู ยาสระผม โลชั่น และของเหลวต่างๆ แบ่งใส่ขวดไว้ เอาไปพอปริมาณตามจำนวนวันที่ไป ถ้าจะให้เบากว่านี้และประหยัดพื้นที่มากกว่านี้ก็ใช้แบบซองค่ะ พกสะดวกกว่า หมดรายวัน ใช้เสร็จทิ้งเลย แต่ถ้าไม่ห่วงเรื่องต้องใช้ยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้ ให้ไปหาเอาข้างหน้าตามโรงแรม ตามโฮลเทลก็สะดวกเหมือนกันค่ะ ส่วนใหญ่เค้าจะให้มาเกินอยู่แล้ว เก็บซองทีเหลือไว้ใช้อีกยังได้เลย

6) รองเท้าแตะ: ถ้านอนโฮสเทล อย่าลืมรองเท้าแตะด้วยนะคะ เพราะที่พักอาจเป็นห้องน้ำรวม เอาไว้ใส่เดินเข้า-ออกห้องเวลาอาบน้ำ

7) ซักผ้า: ของไม่ต้องเอาไปเยอะ เพราะเราซักผ้าได้ ที่พักสมัยนี้มักมีเครื่องซักผ้าให้ในอาคาร อำนวยความสะดวกให้นักเดินทางอย่างเราๆ ถ้าไม่มี แต่เราอยู่เมืองหนาว ที่เมืองหนาวมีฮีตเตอร์ในห้อง ก็ซักเสื้อผ้าชุดชั้นในในห้องได้ ซักเสร็จก็ห้อยไว้แถวนั้นแหละค่ะ ตากตามฮีตเตอร์ ตื่นมาแห้งพอดี เชื่อสิคะ ฮีตเตอร์นี้มีประโยชน์มากกว่าให้ความอบอุ่นอีกนะ 😛

8) กันฝน:

  1. ถ้ากระเป๋าไม่กันฝน อย่าลืมพกถุงไว้คลุมกระเป๋ากันเสื้อผ้าเปียกด้วยนะคะ ไม่ก็
  2. ตอนจัดของให้จัดเสื้อผ้าเป็นถุงๆ ใส่ถุงพลาสติกบางๆ ก่อนค่อยยัดลงในกระเป๋า ถุงพลาสติกพวกนี้ภายหลังก็เก็บไว้ห่อเสื้อผ้าสกปรกที่ใช้แล้วได้เลย

9. ยา: ร้านขายยาในบางที (โดยเฉพาะยุโรป) ไม่ได้เปิดทำการทุกวัน บ้างหยุดวันอาทิตย์บ้างหยุดวันจันทร์ หยุดไม่เหมือนที่ไทยเสียด้วย เวลาทำการก็ไม่เหมือนกันทุกที่ หากป่วยมากระทันหันไม่มียารักษานะ พกไว้ทั้ง ยาดม ยมอม ยาหม่อง ยาแก้ปวด ยาแก้ไข้ พลาสเตอร์ปิดแผลด้วย 🙂

10. ข้อดีของการเที่ยวแบ็คแพ็คใช้กระเป๋าใบเล็กคือ

  1. เอาขึ้นเครื่องได้ ประหยัดงบค่ะ สมัยนี้สายการบินราคาถูกมีเยอะ กระเป๋าเยอะก็เสียค่าเดินทางเยอะ กระเป๋าน้อยเราก็ประหยัดไปอีก
  2. เดินทางสะดวก ของอยู่บนหลัง สะพายเอา เวลาผู้คนพลุกพล่านเราก็เดินได้ไม่ต้องคอยใครหลบทางให้เราลากกระเป๋า แต่อย่าลืมเดินดูคนด้วยนะคะ นักท่องเที่ยวหลายคนสะพายเป้เดินเพลินลืมดูว่ากระเป๋าเราไปชนใครหรือเปล่า รุกรานคนอื่นแบบนี้ไม่ดีค่ะ
  3. เที่ยวได้หลายที่ขึ้นและย้ายเมืองได้ คือแบกเป้เดินไปไหนมาไหนได้เลย ตอนเช้าเช็คเอาท์ออกจากที่พักก็สามารถแบกของข้ามเมืองไปกับเราได้เลย ไม่ต้องคอยพะวงเดินทางกลับมาเอากระเป๋าที่เดิม

เที่ยวให้สนุกนะคะ 🙂

 

Filed Under: Travelling Tips Tagged With: เดินป่า, ไฮกิ้ง

KAIMOOK MALANY

ฉันโตมากับการไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง ฉันสู้ ดิ้นรน ปรับตัว เป็นฉันในวันนี้ ที่ยิ้มเก่ง ช่างพูด กล้าถาม ชื่นชอบการพบปะผู้คน รักการเรียนรู้ หลงรักการผจญภัย และอยู่อย่างสันโดษได้ นอกจากจะเพราะครอบครัวที่รักและคอยให้การสนับสนุนฉันแล้ว ส่วนหนึ่งยังเป็นเพราะตัวฉันที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง (wander) สิ่งที่ฉันได้เจอ ศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เป็นความน่าหลงใหล (wonderful) ที่ฉันอยากจะแลกเปลี่ยนแบ่งปัน ทุกอย่างที่เขียนขึ้นกลั่นออกมาจากใจฉันเองค่ะ (minds)

Join the Social Conversation

  • Facebook
  • Instagram
  • Pinterest

Copyright © 2015-2019 · Squiddy Productions · This site powered on interstellar cognitions · Privacy