wanderfulminds

When you wonder, your mind wanders, and you realize how wonderful everything is

  • Home
  • Stories & Guides
  • Facts & Tips
  • Brains & Minds
  • Languages
  • Education
  • Hire me!
  • Contact
You are here: Home / Archives for ฟินแลนด์

รักใคร ต้องอ่าน! ที่มาความรัก

February 14, 2016 By KaiMook McWilla Malany 2 Comments

 

ภาพจาก vihtibowling

วันนี้เป็นวันแห่งความรัก ภาษาอังกฤษกล่าวสุขสันต์วันนี้ด้วยคำว่า Happy Valentine’s Day ภาษาฟินนิชใช้ว่า Hyvää Ystävänpäivää! (ฮือวา อูสตาว่านไป๊หว่า) ฟังดูยาวไม่ค่อยน่าจดจำสักเท่าไร แต่ในเชิงความหมายมันลึกซึ้งและให้มิตรภาพดีๆ กับคู่สนทนายิ่งนัก

ตำนานทั่วไป

ชาวตะวันตกโดยทั่วไป เฉลิมฉลองวันนี้ด้วยการถ่ายทอดข้อความแทนใจ ให้ช็อกโกแลต ดอกไม้ เขียนการ์ดแสดงความรัก ค่านิยมนี้ได้ส่งต่อมายังประเทศตะวันออกและมีการฉลองกันถ้วนหน้า มองไปที่ไหนก็เห็นแต่ดอกกุหลาบ ช็อกโกแลต ลูกโป่งรูปหัวใจพลอยให้ใครที่ได้เห็นรู้สึกเบิกบานไปด้วย

ตำนานกล่าวว่า คำว่า วาเลนไทน์ มาจาก Saint Valentine นักบวชชาวคริสต์ที่ฝ่าฝืนกฎเรื่องการแต่งงาน แอบประกอบพิธีกรรมให้กับคู่หนุ่มสาวอย่างลับๆ ล่อๆ กระทั่งถูกตัดสินประหารชีวิต ระหว่างถูกจำคุก เขาตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นลูกสาวของเพื่อนร่วมกรงขังกับเขา ก่อนวันประหาร เขาลงนามท้ายจดหมายเขียนถึงหญิงคนรักว่า “From your Valentine” (วาเลนไทน์ของคุณ) ให้เป็นประโยคดังติดปากคนทั่วไปที่ใช้มาถึงทุกวันนี้ แทนความหมายว่า “จากคนรักของคุณ”

สำหรับชาวฟินน์

ตำนานวันแห่งความรักของชาวฟินน์แตกต่างออกไปจากเรื่องราวที่เล่าขานกันอย่างสิ้นเชิง ความรักของคนฟินแลนด์เกิดจากการรวมตัวของ 3 คำ คือ “ดี” “เพื่อน” และ “วัน” Hyvää Ystävänpäivää! วาเลนไทน์ คือ วันแห่งมิตรภาพที่เรียบง่าย ดื่มกาแฟ กินขนมกับเพื่อนๆ และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน

วันนี้ที่ฟินแลนด์มีมาไม่นาน ได้รับการบันทึกลงปฏิทินอย่างเป็นทางการก็เมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมาในปี 1987 นี่เอง

เพราะความเรียบง่ายและเพราะความรักของชาวฟินน์ไม่ได้เป็นความรักในเชิงความหมายฉันชู้สาวแบบ St. Valentine จะให้หาการ์ด หาดอกไม้ หรือช็อกโกแลตแทนรูปหัวใจแทนความรักก็ไม่ได้หาง่ายๆ เขียนเอง ทำเองอาจจะง่ายกว่า

 

ภาพจาก jiipeenetti

มูมิน: “มีสามคำจะให้ … เป็นเพื่อนกันนะ”

นอกจากคำว่า Hyvää Ystävänpäivää! ยังมีประโยคเด็ดอีกประโยคหนึ่งคือ “Kolme sanaa sinulle … ole ystävä minulle!” (โกลเหม่ ซานา ซินูลเล่ โอเล อูสตาวา มินูลเล่) ที่ชาวฟินน์ถ่ายทอดให้กัน แปลเป็นไทยได้ว่า “มีสามคำจะให้ … เป็นเพื่อนกัน(นะ)”

 

Filed Under: Finland Tagged With: ฟินแลนด์

ต่างยุคต่างสมัย

October 20, 2015 By KaiMook McWilla Malany Leave a Comment

 

เมื่อเกือบสิบปีก่อน กว่าจะได้โทรกลับไทยแต่ละทีจากต่างประเทศนี่ลำบากแสนเข็ญ ตระเวนหาร้านขายบัตรโทรศัพท์ทางไกล กดหมายเลขรหัส ค่าโทรก็แพงแสนแพง ตอนนี้อะไรๆ ก็สะดวกไปหมด แค่คลิกเดียว กดปุ๊ป ติดปั๊ป ไม่ต้องเสียเงินค่าโทรศัพท์เพิ่มด้วย มีอินเตอร์เน็ตไร้สายแทบทุกที่ไป

ไหนจะแอพลิเคชั่นมากมายสมัยนี้ที่ทำให้ไกลเหมือนใกล้ ครอบครัวที่ห่างกลับอยู่ใกล้แค่เอื้อม คนที่รักก็ไม่ไปไหน อยู่กับเราเสมอ (กรณีไม่ปันใจไปให้คนอื่นนะคะ)

เขียนไปก็ทำให้ฉันนึกถึงหนังจีนสมัยก่อน

ตัวละครเดินทางออกจากบ้าน หอบหิ้วเสบียงอาหาร เดินข้ามป่าข้ามเขาท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ ยิงธนูจับกวางจับกระต่าย ผิงไฟทำอาหาร นอนบนใบไม้ในถ้ำ …

เขาทำได้อย่างไร

ฉันล่ะสงสัยจริง

แค่ฉันตอนนี้นะ ฉันเดินวันละประมาณ 10-12 กิโลเมตรตามแนวป่าลัดเลาะเข้าเมืองเพื่อเข้าไปมหาวิทยาลัยและซื้อของในเมือง แล้วเดินกลับมาบ้านพัก ท่ามกลางอากาศที่กำลังแปรปรวน ลม ฝน และแดดในวันเดียวกัน แบกหนังสือ และเสบียงอาหารกลับบ้าน ก็เหนื่อยแทบแย่แล้ว ให้เดินบางวันน่ะพอไหวค่ะ แต่ให้เดินแบบนี้ทุกวันอย่างที่ทำอยู่ คงต้องขอลา ด้วยเหตุผลสามประการ ดังนี้

  1. เวลา
    • ฉันเรียน 8 โมงเช้า เดินไปเรียนใช้เวลา 40 นาที ให้ตื่นนอนมาอาบน้ำ ทำอาหารกินเอง ออกจากบ้าน 7 โมง แล้วเดินลากสังขารไปมอ ฉันขอลา ไหนบางวันต้องเดินเข้าเมืองซื้อนมซื้อผลไม้ แล้วกลับมาทำการบ้าน เขียนงานให้เสร็จ ฉันขอเอาเวลาที่มีอ่านหนังสือดีกว่านะ
  2. อากาศ
    • อากาศตอนนี้แปรปรวนเสียเหลือเกินค่ะ ถือร่ม ใส่เสื้อกันหนาว สักพักก็ร้อน เดินเยอะก็เหงื่อออก ตกเย็นลมแรง ขณะที่พอหน้าหนาวเข้ามาเยือนฉันต้องเดินบนหิมะกับพื้นที่ลื่นๆ ท่ามกลางอากาศติดลบ 30 หรือ 40 องศา กว่าจะถึงบ้านคงหน้าลอกเป็นแผ่นพอดี
  3. เบื่อ
    • อันนี้สำคัญมาก มันคือความจืดชืดไร้สีสันของบรรยากาศริมทางเดิน ป่าไม้ตามทางที่สูงเขียวไร้สีอื่นในยามฤดูใบไม้ผลิ และพื้นดินอันขาวโพลนปกคลุมด้วยหิมะยามฤดูหนาว เหมือนเดิมเป๊ะแบบนี้ตลอดทาง ไม่มีสิ่งอื่นใดมาดึงดูดหรือเป็นจุดเด่นอะไรให้จดจำเสียเลย เดินแบบนี้ทีไร ฉันรู้สึก “อิ่ม” กับธรรมชาติ ถึงมอทีไร …หลับทุกที

ข้อสามเรื่องความเบื่อเนี่ย ขอแก้ตัวนะคะว่าถ้าไม่มีภารกิจทางโลกอะไรที่ต้องทำ หรือการงานที่ต้องเผชิญอยู่อย่างทุกวันนี้ ฉันจะรักและมีความสุขกับมันมาก ดังนั้นฉันจึงต้องหาความสมดุลของชีวิตให้ได้

กลับไปเรื่องหนังจีน ฉันล่ะทึ่งกับตัวละครเป็นที่สุด ไม่ใช่แต่ในหนังจีนนะ คนที่อพยพหรือที่ต้องดิ้นรนในดินแดนใหม่ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง ยิ่งน่าทึ่งไปใหญ่ ไหนจะปัจจัยภายนอก เสบียงอาหารและอากาศดังกล่าวไปแล้วเอย ยังจะมีปัจจัยภายใน ความห่างไกล ความเหงา และความคิดถึงเข้ามาแทรกอีก

ไม่รู้ว่าคนสมัยก่อนอึดกว่าคนสมัยนี้

หรือคนเราทั้งสองยุคอึดเหมือนกัน

แต่ดิ้นรนกันคนละเรื่องก็ไม่รู้

 

 

Filed Under: Finland Tagged With: ฟินแลนด์

สอนคนให้ตกปลา หาปลาให้เขากิน

September 12, 2015 By KaiMook McWilla Malany Leave a Comment

 

ฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาดีมากเป็นอับดับต้นๆ ของโลก บ้างว่าเป็นอันดับหนึ่ง บ้างว่าเป็นอันดับสองหรือสาม แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ระบบการศึกษาของประเทศที่หนาวเหน็บติดลบประเทศนี้ก็ติดอันดับ 1 ใน 3 เสมอมา

สาเหตุนั้นมีหลายอย่าง ประการแรกคือประชากรที่มีน้อยนิด ทั่วประเทศประมาณ 5.4 ล้านคน น้อยกว่าประชากรเมืองกรุงฯ เสียอีกค่ะ ด้วยเหตุที่ประชากรน้อย การจัดการการดูแลย่อมง่ายกว่าเสมอ ดังคำกล่าวที่ว่า “คนน้อยดูแลง่าย คนมากปัญหามากไปตามกัน” แต่การที่มีคนมากก็ใช่ว่าจะเป็นปัญหาเสมอไปนะคะ ตัวอย่างเช่น บางรัฐในสหรัฐอเมริกาผู้คนมากมายล้นเหลือ แต่การดูแลและการจัดการเขาก็เป็นไปได้ด้วยดี

สิ่งสำคัญฉันเชื่อว่าคือการดูแลบุคลาการ หากประชากรมีความสุข มีความรู้พอที่จะหาเลี้ยงตนเอง มีพื้นฐานชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ไม่มีความเหลื่อมล้ำใดๆ ความเสมอภาคก็เกิดขึ้นได้เสมอ อย่างเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่ “ลี” พ่อชาวอเมริกันที่ฉันเคารพรักคนหนึ่งถามย้ำเตือนฉันเสมอว่า

“ในฐานะผู้นำ ลูกจะเลือกอะไร ระหว่าง

  1. สอนคนให้ตกปลา กับ
  2. หาปลาให้คนกิน“

คำถามนี้ไม่มีคำตอบไหนถูกคำตอบไหนผิดค่ะ แต่มันแสดงทัศนคติหลายอย่างโดยเฉพาะต่อความเป็นผู้นำและความห่วงใยบุคคลภายใต้การดูแลของเรา

การสอนคนให้ตกปลา คือการให้ความรู้แก่คนอื่น เพื่อให้เขาคนนั้นสามารถเลี้ยงชีพดำรงตนอยู่ได้ด้วยตนเอง แต่หากเราคอยแต่จะหาปลาให้เขากินแล้วนั้น เขาคงต้องคอยพึ่งเราตลอดเวลา ทำอะไรเองไม่เคยเป็น แล้วเขาคนนั้นจะอยู่ได้อย่างไร จะหาเลี้ยงครอบครัวคนอื่นได้อย่างไร หากไม่ใช่แบมือขอเราตลอดไป

“แล้วที่ฟินแลนด์เขาดูแลบุคลากรของเขาได้อย่างไรล่ะ”

คำตอบคือ เขาสอนประชากรของเขาให้ตกปลาเป็น เขาเน้นหนักด้านระบบการศึกษา พัฒนาระบบอย่างจริงจัง และสนับสนุนบุคลากรด้านนี้อย่างมาก … มากเสียจนอาชีพครูที่นี่คืออาชีพที่มีการสอบเข้าแข่งขันสูงและเป็นอาชีพที่มีเกียรติสุดๆ รายได้ตอบแทนดี

ประเด็นถัดมา คือ ความเท่าเทียมกัน ที่ฟินแลนด์เด็กทุกคนได้รับการปลูกฝังเรื่องความเท่าเทียม จะเป็นใคร มาจากไหน เชื่อชาติอะไร ไม่เกี่ยง ทุกคนคือ “คน” และทุกคน “เท่าเทียมกัน” เสมอ

ความเท่าเทียมทำให้ไม่เกิดการเลือกปฏิบัติ และความเท่าเทียมยังทำให้การบริหารงานต่างๆ ดำเนินได้อย่างง่ายดาย ทุกคนมีสิทธิ์ออกเสียง ทุกคนมีสิทธิ์ถาม ทุกคนจ่ายค่าภาษีเหมือนกัน และได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน หากเด็กคนใดเรียนช้า เขาคนนั้นย่อมได้โอกาสที่พิเศษออกไปจากคนอื่น มีครูคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อหาจุดอ่อนและปรับพื้นฐานเด็กคนนั้นให้เท่าเพื่อนร่วมห้อง โดยที่เด็กคนนั้นไม่ต้องออกไปจ้างครูพิเศษหรือเรียนพิเศษข้างนอกให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และด้วยความเท่าเทียมที่กล่าวมานี่ เพื่อนในชั้นก็ไม่ล้อเด็ก ตัวเด็กก็ไม่รู้สึกด้อยไปกว่าใคร

ประการสุดท้าย คือ ความเชื่อใจ ที่ฉันเชื่อว่าสำคัญมากไม่แพ้ข้ออื่นๆ เลยนะ เพราะเป็นการฝึกการตัดสินใจด้วยตนเอง และเป็นการเคารพการตัดสินใจของคนนั้นด้วย

คำว่าเชื่อใจที่นี้ คือ หากแม่ถามลูกว่า “ทำการบ้านเสร็จแล้วหรือยัง” ลูกตอบว่า “ทำเสร็จแล้ว” นั่นหมายความว่า “เสร็จแล้วจริงๆ” หากลูกโกหก ลูกรู้เองว่าตนเองจะได้รับบทเรียนอย่างไร หรือ หากนักเรียนเล่นโทรศัพท์ในคาบเรียน ครูถามว่า “เล่นอะไร” เด็กตอบว่า “เปิดดูคำศัพท์ในโทรศัพท์” ครูก็เชื่อและไม่ถามอะไรอีก ครูเชื่อใจเด็ก เพราะหากเด็กโกหก เด็กคนนั้นรู้ตัวเองดี และรู้จักละอาย

ทั้งหมดนี้เกิดจาก … ความเชื่อใจ

 

Filed Under: Finland Tagged With: นิสัยคนฟินแลนด์, ฟินแลนด์

KAIMOOK MALANY

ฉันโตมากับการไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง ฉันสู้ ดิ้นรน ปรับตัว เป็นฉันในวันนี้ ที่ยิ้มเก่ง ช่างพูด กล้าถาม ชื่นชอบการพบปะผู้คน รักการเรียนรู้ หลงรักการผจญภัย และอยู่อย่างสันโดษได้ นอกจากจะเพราะครอบครัวที่รักและคอยให้การสนับสนุนฉันแล้ว ส่วนหนึ่งยังเป็นเพราะตัวฉันที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง (wander) สิ่งที่ฉันได้เจอ ศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เป็นความน่าหลงใหล (wonderful) ที่ฉันอยากจะแลกเปลี่ยนแบ่งปัน ทุกอย่างที่เขียนขึ้นกลั่นออกมาจากใจฉันเองค่ะ (minds)

Join the Social Conversation

  • Facebook
  • Instagram
  • Pinterest

Copyright © 2015-2019 · Squiddy Productions · This site powered on interstellar cognitions · Privacy