wanderfulminds

When you wonder, your mind wanders, and you realize how wonderful everything is

  • Home
  • Stories & Guides
  • Facts & Tips
  • Brains & Minds
  • Languages
  • Education
  • Hire me!
  • Contact
You are here: Home / Archives for Finland

มาหาแม่หรอ

August 29, 2015 By KaiMook McWilla Malany Leave a Comment

 

“มาฟินแลนด์มาหาแม่หรอ” น้าสาวคนหนึ่งถามพอรู้ว่าฉันจะต่อเครื่องไปเมืองโยเอินซู

“มาเรียนค่ะ” ฉันตอบ (พลางคิดขำๆ ว่า “อ่อ เขาไม่ได้ด่าฉันนะ”)

ขณะที่ฉันกำลังแปลกใจว่า ทำไมต้องแม่ ทำไมถึงถามว่ามาหาแม่หรอ ฉันก็เหลือบไปเห็นชายร่างสูงผอม ผิวสีแทน วัยประมาณ 20 ต้นๆ เดินมาข้างๆ น้าสาวคนนั้น น้าสาวพูดขึ้นว่า “นี่ลูกน้าเอง กำลังพาไปสวีเดน” ครานั้นฉันก็ถึงบางอ้อว่า น้าสาวคงเชื่อมโยงสถานการณ์น้าและลูก กับสถานการณ์ของฉันและแม่กระมัง

พูดคุยกันสักพัก สรุปความได้ว่าน้าสาวอยู่ที่สวีเดนมา 3 ปี แล้ว น้าบอกว่าไม่ชอบสวีเดนเลย หนาว และเหงา ชอบเมืองไทยมากกว่า พร้อมกับสีหน้าที่อ่านได้ว่า “ถ้าเป็นไปได้ คงอยู่เมืองไทย” ได้ยินถึงตรงนี้ ฉันก็เริ่มใจตกแล้วสิ ก่อนมาก็คิดนะว่ามาเอาประสบการณ์แปลกใหม่ ฟินแลนด์การศึกษาดีติดอันดับหนึ่งของโลก สงบ ปลอดภัย อาชญากรรมต่ำมากถึงมากที่สุด แต่การไปอยู่เมืองหนาวติดลบถึง 35 หรือ 50 องศาที่ไร้แสงสว่าง ไม่มีดวงอาทิตย์ขึ้นเป็นระยะเวลาเดือนสองเดือน อาศัยท่ามกลางความมืดมิดนานไร้แสงสุริยันตร์ขนาดนั้น ฉันอาจจะเป็นโรคซึมเศร้าเหมือนที่ใครๆ เขาเตือนฉันมาก็ได้

“แต่คนไทยเยอะนะ ไม่ต้องห่วง” น้าสาวเสริม สงสัยเห็นสีหน้าแววตาที่กำลังไม่สู้ดีของฉันเป็นแน่ ฉันยิ้ม กล่าวขอบคุณ แล้วแยกจากกันไป

ฉันเคยคิดนะว่าฉันอยู่ได้แม้จะไม่มีคนไทย ฉันเชื่อเสมอว่าทุกคนที่เรารู้จักล้วนแต่เคยเป็นคนแปลกหน้าด้วยกันทั้งนั้น เราต้องผูกมิตร พูดคุย สานสัมพันธ์ เพื่อให้มิตรภาพนั้นมั่นคงและยาวนานต่อไป

แต่ฉันว่าฉันคิดผิดอยู่บ้าง ไม่มีคนไทย อาจจิงอยู่ที่ฉันอยู่ได้ แต่ฉันไม่รู้สึกอุ่นใจเสียทีเดียว การมีคนไทยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แค่เพียงรู้ว่าเป็นคนไทยด้วยกันก็สร้างความอบอุ่น ความปลอดภัยให้ฉันและคนไทยคนอื่นที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่แดนอื่นมานักต่อนักแล้ว แม้จะไม่สนิทกัน จะไม่ได้คุยกันทุกวันตลอดเวลา แต่คนไทยช่วยเหลือกันเสมอ

เมื่อหลายปีที่แล้วฉันไปเรียนต่อมัธยมปลายที่เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในมลรัฐอิลลินอยส์ (Illinois) สหรัฐอเมริกา เมืองที่มีประชากรแค่ 800 กว่าคน (ข้อมูลเมื่อปี 2013) คนไทยน่ะหรอ … ไม่ได้เจอหรอกค่ะ อย่าว่าแต่คนเอเชียเลย ฉันแทบจะเป็นเด็กหัวดำผิวเหลืองคนเดียวทั้งโรงเรียน

เรียนที่นั่นสักพัก ก็เจอป้าคนไทยคนหนึ่งอาศัยห่างจากเมืองฉันอยู่ประมาณ 3 ชั่วโมง (รถ) ป้าช่วยเหลือฉันหลายอย่าง ใจดี และให้คำแนะนำต่างๆ นานา ป้าขับรถทางไกลมารับฉันไปทานอาหาร พาฉันไปนอนพักที่บ้านป้า เที่ยวเล่นซื้อของ เหมือนกับฉันเป็นคนในครอบครัวแท้ๆ ของป้า จนปัจจุบันผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้ว ฉันกับป้ายังติดต่อกันอยู่เลย

จริงอย่างที่เขาว่า

“คนไทยไม่ทิ้งกันจริงๆ”

ขอบคุณป้ามากนะคะ ป้าสิรินา

อยู่ที่นี่ไม่รู้จะเป็นอย่างไร จะมีไทยหรือไม่ ฉันก็คิดบวกและเชื่อว่ายังไงฉันก็อยู่ได้
 

Filed Under: Finland

ยิ่งดึกยิ่งสูง

August 28, 2015 By KaiMook McWilla Malany Leave a Comment

 

ค่าแท็กซี่ที่นี่ไม่ได้เหมือนที่เมืองไทยนะคะ ฉันค้นพบก็เมื่อได้งงเป็นไก่ตาแตกกับค่าโดยสารที่แทบจะไม่ใกล้เคียงกันเลยแต่ละครั้งที่ขึ้นแท็กซี่ พลันนึกสงสัยว่าหรือมิเตอร์ของพี่แท็กซี่ที่นี่ไม่ได้มาตรฐานเหมือนที่ไทยนะ

แต่พอได้ถามคนแถวนี้ประกอบกับหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่า อ่อ … เค้ามีเหตุผลและหลักการค่ะ

ราคาแท็กซี่ที่ไทยคงที่ เริ่มจากอัตราค่าโดยสารแรกเริ่มกับเวลาและระยะทางที่เดินทาง แต่ที่ฟินแลนด์ไม่ว่าจะเมืองไหนก็ตามราคาจะปรับเปลี่ยนไปตามวัน เวลา จำนวนผู้โดยสาร และระยะทางที่ขับ

เริ่มจากวัน เวลา ค่าโดยสารขั้นต่ำอยู่ที่ 5.9 ยูโร แต่ราคานี้สำหรับวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 6 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม กับวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 6 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็นเท่านั้น เวลาอื่นๆ เริ่มต้นที่ 9 ยูโร

สำหรับจำนวนผู้โดยสาร ที่ราคาปรับเปลี่ยนตามจำนวนคน ฉันมองว่าแปลกดีแต่น่าสนใจ คนเยอะราคาก็สูง ในมุมมองผู้บริโภคที่ไม่คุ้นเคยกับระบบนี้ก็อาจไม่ชินสักหน่อย แต่ในมุมมองผู้ผลิตก็น่าดีใจอยู่ไม่น้อย เขารับคนเยอะ ขับลำบากขึ้น เขาก็อยากมีรายได้เสริมขึ้นสักหน่อย แต่ถ้าเอาระบบนี้ไปใช้ที่ไทย คนคงเปลี่ยนไปนั่ง uber หรือ grab taxi แน่ๆ ก็ที่ไทยเราบางทีอัดกันเกินที่กฎหมายกำหนดเสียอีก

ที่นี่นั่งได้เกิน 6 คน (รถเขามีหลายแบบ) ราคาค่าโดยสารแบ่งเป็น 4 กรณี คือ 1-2 คน 3-4 คน 5-6 คน และ 6 คนขึ้นไป โดยราคาอยู่ที่ 1.55 ยูโร 1.87 ยูโร 2.02 ยูโร และ 2.18 ยูโร ตามลำดับ ดูง่ายๆ ตามตารางข้างล่าง

ยังไม่เพียงเท่านี้นะคะ ยังมีค่ารอและค่าบริการอื่นๆ อีกที่เพิ่มเข้ามา เช่น ค่ารอ กรณีรถติดหรือให้คุณคนขับรอเราขณะทำธุระ ราคาอยู่ที่ 44.6 ยูโร/ชั่วโมง อย่างที่เขาว่าแหละนะ เวลาทุกนาทีมีค่า ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองจริงๆ ส่วนค่าจองแท็กซี่ล่วงหน้าก็แค่ 7.10 ยูโรเอง จิ๊บๆ ค่ะ ว่าไปฉันก็ปาดเหงื่อ

ฉันทำตารางค่าบริการให้ หวังว่าจะดูง่ายๆ หากได้มาฟินแลนด์ จะเมืองหลวงหรือเมืองไหนก็ราคาเปลี่ยนแปลงแบบนี้

เรื่องความปลอดภัยไม่ต้องห่วงเลย เจ้าหน้าที่พนักงานแท็กซี่ใส่ชุดเครื่องแบบสีฟ้า แต่งตัวสุภาพ สะอาดสอ้าน และที่สำคัญพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี แต่หากไม่มั่นใจก็เขียนที่อยู่ไว้ในกระดาษแล้วยื่นให้พี่คนขับก็ดีเหมือนกันนะคะ บางทีเค้าอาจฟังสำเนียงภาษาอังกฤษแบบไทยๆ เราพูดชื่อถนนและสถานที่ที่เป็นภาษาฟินแลนด์ไม่ออกก็ได้

กรณีจ่ายตังค์ บัตรก็ได้ เงินสดก็ดีค่ะ ฉันจ่ายบัตรนะ รูดไปตามราคา งกทิป … จริงๆ ฉันไม่รู้ว่าทิปต้องให้หรือเปล่า เพราะที่อเมริกาควรให้ทิป 10-15% แต่เพราะยังเป็นนักเรียนเงินเดือนก็ไม่มี

ต้องกราบขออภัยพี่แท็กซี่เบาๆ ยิ้มสยามตาปริบๆ ใส่แทนแล้วกันค่ะ

 

TIPS

  • ระบบตัวเลขที่ยุโรป ใช้ตัวอักษรโรมันที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ “จุด” ระหว่างทศนิยม ใช้ “คอมม่า” แทนนะคะ เช่น ราคาค่าแท็กซี่4 ยูโร จะเขียนเป็น 16,4 ยูโร ตัวเลขอื่นก็เช่นกัน ไม่ว่าจะราคาอาหาร ราคาสินค้าต่างๆ ที่ยุโรปใช้ “,” เสมอค่ะ
  • ข้อมูลค่าโดยสารข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบได้ที่ http://www.taksivaasa.fi/en/fares/ สังเกตว่าทางขวามือจะมีช่องให้ประเมินราคาก่อน ใส่จำนวนผู้โดยสาร วันเวลาที่เดินทาง ระยะเวลา และเวลารอได้เลย
  • เขียนที่อยู่ปลายทางไว้ในกระดาษยื่นให้พี่คนขับ กันเหนียว จะได้ไปถูกที่หมายค่ะ
  • ต้องโทรจองแท็กซี่ล่วงหน้าก่อนเป็นเวลา 30 นาที เสมอ

 

Filed Under: Finland

ตกอยู่ในความสงบ

August 28, 2015 By KaiMook McWilla Malany Leave a Comment

 

ได้ยินบ่อยครั้งว่าแถบสแกนดิเนเวียเงียบเหงา เพื่อนชาวนอเวย์บอกว่าหากเทียบไทยกับนอเวย์ หรือเมืองหลวงออสโล (Oslo) กับกรุงเทพฯ ความวุ่นวายใดก็คงไม่เท่ากรุงสยาม หรือหากจะเทียบพัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต กับกรุงสตอกโฮล์ม (Stockholm) เมืองหลวงของสวีเดน ก็ไม่มีที่ไหนเทียบไทยได้เลย

ฉันไม่เชื่อแบบนั้นนะ

จนได้มาอยู่ที่โยเอินซู (Joensuu) เมืองอันหนาวเหน็บทางตะวันออกของฟินแลนด์​ … เงียบเหงาและเบาบางเหลือเกิน

อยู่ที่นี่ได้สองวันแล้ว วันแรกที่มาถึงตื่นตระหนกสุดๆ กับการต่อเครื่องที่กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) เมืองหลวงของฟินแลนด์ ฉันมีเวลาต่อเครื่องเพียง 1 ขั่วโมงเท่านั้นเพื่อมาที่เมืองโยเอินซู ปกติเวลาบินควรจะมีเวลาสัก 1.30-2 ชั่วโมงในการต่อเครื่องเพื่อความอุ่นใจ จะได้ไม่ตกเครื่อง แต่เท่าที่หาข้อมูลมา แหล่งต่างๆ บอกว่าสนามบินเฮลซิงกิเล็ก คนน้อย แม้จะเป็นสนามบินในเมืองหลวงก็ตาม

ฉันก็ยอมเชื่อนะ … เป็นคนใจง่าย

ใจจริงก็ไม่อยากไปถึงไฟล์ทค่ำด้วย ไหนจะเหนื่อย เดินทางลำบาก หารถยาก ไหนจะค่าโดยสารแพงอีก (ราคารถที่นี่เปลี่ยนแปลงตามวันเวลา ไว้จะเล่าให้ฟัง)

กว่าจะลงเครื่อง เวลาหนึ่งชั่วโมงที่มีก็หดไปแล้ว 20 นาที พอเดินไปถึงตรวจคนเข้าเมือง คิวก็ยาวยังกะอะไร ต่อคิวไปสักพักมีคุณป้าหัวทองร่างสูงคนหนึ่ง อุ้มลูกน้อยเดินมากับสามี หน้าตากระต่ายตื่นตูมมาก (ขอย้ำว่ามาก) หัวเนี้ยกระเซิง ผมเผ้าหลุดลุ่ย เธอขอแซงคิวค่ะ โดยให้เหตุผลว่า “เวลานี้เธอต้องเข้าเกทแล้ว ถึงเวลาบอร์ดดิ้ง ไม่อยากตกเครื่อง”

คนที่ต่อคิวคนอื่นๆ มองหน้ากันผลุบผลับ คิดว่าให้แซงไหม…

ไม่มีทาง!

ทุกคนส่ายหัว

จะว่าผู้โดยสารคนอื่นใจดำก็ไม่ได้นะ ทุกคนรีบหมด ฉันยังรีบเลย เวลาบอร์ดดิ้งของฉันก็เลยไปได้ 10 นาทีแล้ว อีก 25 นาทีเครื่องก็ออก แต่ฉันก็ยืนยิ่มร่าอยู่ตรงตรวจคนเข้าเมืองอยู่ ก็อีก 4 คิวจะถึงตาฉันแล้ว ยิ้มสู้เข้าไว้ 😀

กลับไปที่คุณหัวทองคนนั้น เธอยังไม่ยอมง่ายๆ นะ คราวนี้เดินอุ้มลูกมาคิวที่ฉันต่ออยู่ ขอแซงคู่สามีภรรยาข้างหน้าฉัน แล้วบรรยากาศคลุมเครือก็เริ่มขึ้น

ทั้งคู่เถียงกัน ต่างฝ่ายบอกว่าตนก็รีบไม่ต่างกัน แล้วเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก็ชักสีหน้า ตะโกนออกมา ส่ายหัว แล้วพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ทุกคนในนี้รีบหมด พวกเขาต่อคิวกันเป็น” แต่ยังไงก็ไม่รู้ เธอหัวเสียมาก เจ้าหน้าที่เลยเรียกให้เธอเดินเข้าไปหา แล้วก็คุยอะไรกันก็ไม่รู้ ฉันไม่ได้ยิน แล้วก็ลับหายไป

ผ่านไป 10 นาที ตรวจคนเข้าเมืองเสร็จ ฉันรีบพุ่งไปที่เกท แต่ทว่า

ปวดฉี่ …

ทำไงดีล่ะ อีก 15 นาทีเครื่องออกแล้ว จะตกเครื่องไหมนะ แต่ปวดมาก กลั้นมานาน เอาก็เอา เข้าห้องน้ำก็ได้ เดินเข้าไปรีบปลดปล่อยให้สายน้ำไหลอย่างช้าๆ รูดซิบ

โล่ง

พอไปถึง ที่เกทเขียนว่า “Joensuu: Final Call” ฉันรีบตรงเข้าไป ยื่นพาสปอร์ต เดินเข้าเกทไปยังรถที่มารอรับขึ้นเครื่อง ก้าวขึ้นรถปุ๊บ ประตูปิดปั๊บ คนสุดท้ายพอดี

ต้องกราบงามๆ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่รอค่ะ

ที่เขาว่าเมืองที่นี่สงบ ก็จริงตามนั้น สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ถนนร้าง ต้นไม้สีเขียวชอุ่มข้างทาง เดินไปไหนมาไหนเหมือนอยู่ตัวคนเดียว เดินห้างก็นับหัวคนเหล่าช็อปเปอร์ได้ มีกันสามสี่คน รวมพนักงานเป็นห้า ทั้งเมืองมีประชากรทั้งหมดประมาณ 75,000 คน กับพื้นที่กว่า 2,800 ตารางกิโลเมตร โดยเฉลี่ยก็ 32 ตารางกิโลเมตรต่อคน … ปลูกบ้าน สร้างพระราชวัง มีสวนน้ำหลังบ้านได้เลยทีเดียว

ถ้าฉันตกเครื่องจริง ฉันคงไม่ร้อนรนอะไร เพราะฉันได้ “ตก” อยู่ในความสงบที่ดินแดนแห่งความฟิน ณ ฟินแลนด์เรียบร้อยแล้ว

 

 

Filed Under: Finland

  • « Previous Page
  • 1
  • 2

KAIMOOK MALANY

ฉันโตมากับการไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง ฉันสู้ ดิ้นรน ปรับตัว เป็นฉันในวันนี้ ที่ยิ้มเก่ง ช่างพูด กล้าถาม ชื่นชอบการพบปะผู้คน รักการเรียนรู้ หลงรักการผจญภัย และอยู่อย่างสันโดษได้ นอกจากจะเพราะครอบครัวที่รักและคอยให้การสนับสนุนฉันแล้ว ส่วนหนึ่งยังเป็นเพราะตัวฉันที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง (wander) สิ่งที่ฉันได้เจอ ศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เป็นความน่าหลงใหล (wonderful) ที่ฉันอยากจะแลกเปลี่ยนแบ่งปัน ทุกอย่างที่เขียนขึ้นกลั่นออกมาจากใจฉันเองค่ะ (minds)

Join the Social Conversation

  • Facebook
  • Instagram
  • Pinterest

Copyright © 2015-2019 · Squiddy Productions · This site powered on interstellar cognitions · Privacy